วิธีการหาซีสโดนๆ ได้ในญุี่ปุ่น โดย แอซลี่ย์

Posted on by 0 comment

พวกเราชาวฝรั่งส่วนมากที่อาศัยในประเทศนี้ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า การที่จะหาชีสโดนๆ สักก้อนในประเทศนี้นั้นช่างเป็นงานยากพอดู (คนละชีสกับชีสแบบญี่ปุ่นนะคะ) ถึงแม้บางที่คุณจะเหลือบไปเห็นเชดด้าชีสวางขายอยู่บ้าง แต่ราคาและขนาดของมันนั้น ก็ช่างแตกต่างซะเหลือเกินจากที่ประเทศบ้านของคุณ (และฉันก็แน่ใจได้เลยว่าขนาดของพวกชีสและราคานั้นแตกต่างกันในหลายๆ ประเทศแน่นอน) เรื่องนี้ดูแปลกพอดูไหมบ้างล่ะคะ ยังไม่พอ ตั้งแต่ฉันตั้งครรถ์และมาอาศัยอยู่ที่นี้ ความอยากอาหารแบบมันๆ เลี่ยนๆ เค็ม อย่างอาหารอเมริกันนั้น ฉันก็พลอยอดคิดถึงกันบ้าง (แม้ไม่บ่อยก็เหอะ) อย่างเช่นพวก ลาซานญ่า หรือ ขนมปังกลมของเม็กซิโกที่สอดใส้เนื้อและผัก (enchiladas) เป็นพิเศษ

รู้คะรู้ว่าอาหารพวกนี้มันไม่ใ่ช่อาหารอเมริกันหรอก แต่อย่างว่าล่ะ อาหารชนิดแท้ๆ แบบอเมริกันประเทศฉันนี่มีจริงๆ บ้างไหม นอกจากจะไปยืมสูตรการทำของประเทศอื่นๆ กันมา – แต่อาหารแบบนี้ล่ะคะที่ฉันกินแล้วเกิดความ “สบายใจ” กันฉัน เหมือนดั่งเช่น เจ้าลาซานญ่า นี่ไง

โดยอาหารพวกนี้มันจะต้องใช้ชีสในปริมาณพอดูที่จะทำ โดยเฉพาะต้องใช้ชีสแบบริคอตต้าในการทำลาซานญ่าเท่านั้น แม้ฉันจะหาเชดด้าชีส, พาเมซานชีส หรือชีสอื่นๆ ใกล้เคียงกันได้อยู่บ้างตามร้านใกล้ๆ บ้าน แต่ก็มีขนาดที่เล็กและแสงแพงพอดูเลยล่ะ โดยน่าจะราคาประมาณ 500-700 เยน. ถึงแม้ร้านขายของนำเข้าใกล้บ้านของดิฉัน ซึ่งมีชีสหลายๆ แบบไว้ให้เลือกซื้อนั้น (ซึ่งในนี้มีชีสมากมายหลายแบบ แบบที่คุณหาไม่ได้ในร้านทั่วไปๆ ) ซึ่งมีชีสขนาดใหญ่เป็นสองเท่าในราคาที่ถูกลงเหลือสัก 400 เยน (หรือราคามากกว่านั้นตามยี่ห้อที่คุณเลือก) แม้เจ้าชีสริคอตต้าจะไม่มีขายตามร้านทั่วไปๆ แต่ในที่สุดก็เจอขายที่ร้านขายของนำเข้านี้จนได้ (ถ้าผู้อ่านได้ราคาที่ถูกกว่านี้แล้วล่ะก็ บอกฉันด้วยนะ) ในราคาแสนแพงอยู่ที่ 900 เยน (250 กรัม) จะบอกว่ายังไงดี เอาเป็นว่า เจ้าลาซานญ่านี้เราไม่ได้กินบ่อยก็แล้วกัน (แต่มันคุ้มนะที่จะได้กิน)

ก่อนที่เราจะมาหาชีสกัน โดยข้างล่างนี้ฉันได้ทำตารางศัพท์ภาษาชีสที่ได้แปลเป็นภาษาญี่ป่นไว้บ้างแล้ว ขอบอกไว้เลยว่า แม้จะไม่ได้มีศัพท์เรียกชีสทั้งหมด เพราะฉันเองก็ไม่ได้ผู้รู้เรื่องชีสอะไรมากมายหรอกคะ แต่ฉันจะเอาชีสแบบที่คนที่นี้พอหรือรู้จักกันบ้างในที่นี้ ไม่ต้องกังวลถึงแม้มันจะเขียนในแบบคะตะกะนะ แต่ถ้าคุณออกเสียงได้ล่ะก็ คุณก็มักจะได้ในสิ่งที่ต้องการหาอยู่พอดีละคะ

                           ชีส                ภาษาญี่ปุ่น
ชีสบรี                    (Brie)                     ブリー
ชีสกามองแบร์   (Camembert)                 カマンベール
ชีสเชดด้า   (Cheddar)                  チェダー
ชีสโคลบี้แจ๊ค (Colby Jack)             コルビージャック
ครีมชีส  (Cream cheese)         クリームチーズ
ชีสอีดัม (Edam)         エダム
ชีสเอมมองตัลแบบสวิส

Emmental (Swiss cheese)

           

    エメンタール                         

ชีสเฟต้า (Feta)     フェタ
ชีสกอร์กอนโซล่า (Gorgonzola)       ゴルゴンゾーラ
ชีสเกาด้า (Gouda)       ゴーダ
ชีสมาสคาโปนชีส (Mascarpone)     マスカルポーネ
ชีสมอนเทอเร แจ๊ค (Monterey Jack)     モントレージャック
ชีสมอสซาเรลลา  (Mozzarella)   モッツァレッラ
ชีสพามิซาน   (Parmesan)   パルミジャーノ レッジャーノ
ชีสริคอตต้า    (Ricotta)   リコッタ

แล้วคุณจะหาชีสพวกนี้ได้จากที่่ไหนกันในประเทศนี้ ?

ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน

โอเค ข้อนี้ก็รู้ๆ กันอยู่ ลองสำรวจร้านขายพวกนี้ใกล้ๆ บ้านคุณดูเป็นที่แรก แม้ส่วนมากจะเจอแต่พวก ครีมชีส หรือ ชีสพามิซานในขวด วางขายอยู่ซึ่งไม่ใช่ในสิ่งที่คุณกำลังหาอยู่ล่ะก็ บางทีอีกร้านก็อาจมีก็เป็นได้ อย่างที่ฉันเคยบอกว่า ฉันเองนั้นก็พบชีสพวก เซดด้า, กา-มอง-แบร์, ชีสบรี หรือชีสอื่นๆ ได้ในร้านขายของพวกนี้เหมือนกันสักที่นึง (แม้จะมีจำนวนวางขายไม่มากก็ตาม)  แม้ดูเหมือนว่าชีสพามิซาน, ครีมชีส, มอสซาเรลลา จะดูเหมือนหาได้ง่ายทั่วไป (ขายในแบบถุงเป็นชิ้นๆ) แต่ดูเหมือนว่าชีสเจ้าชีสมอสซาเรลลาชิ้นนี้กลับไม่เหมือนกับแบบเดียวกันที่ฉันคุ้นเคยดี (เค็มกว่า) ฉันก็เลยคิดว่าจะไปซื้อชีสที่ร้านใหม่แทน แม้คุณจะสามารถหา “ชีสพิซซ่า” แบบฝอยได้ก็ตามในที่นี้ แต่โดยสัตย์จริงแล้วล่ะก็ ฉันไม่เคยคิดว่ามันจะช่วยทำให้อาหารดูน่ากินมากขึ้นสักเท่าไรกัน อีกทั้งบางร้านก็ยังมีชีสเกาด้าขายแบบถุงชิ้นเล็กๆ ด้วยเช่นกัน

Order Cheese

เมื่อเดือนก่อนหรือราวๆ นั้น ฉันได้พบเว็บไซด์หนึ่งที่มีชื่อว่า Order Cheese ซึ่งเป็นเว็บไซด์รวมขายชีสแบบพิเศษไว้มากมายที่บังเอิญได้เจอเจ้าเว็บนี้เมื่อตอนที่ฉันกำลังหาชีสริคอตต้าอยู่ (ท้องอยู่ตอนนี้ก็เลยอยากตามๆ ใจปากสักครั้งด้วยลาซานญ่ามาก) โดยในเว็บนี้มีชีสแบบพิเศษมากมายหลายชนิดในเลือกสรรค์ ในราคาที่พอเหมาะ ที่จริงแล้วชีสพิเศษบางประเภทนั้นก็มีราคาค่าตัวไม่ใช่เบาเหมือนกัน แต่มันก็คุ้มนะที่เอามันไปทำอาหารที่เหมาะสม โดยในเว็บนี้รองรับการจ่ายด้วยการเก็บเงินปลายทางพร้อมจัดส่งทั่วประเทศ

ร้านขายของนำเข้า

มันก็แน่นอนล่ะว่าก็ต้องมีที่นี่ด้วย ร้านที่อยากจะแนะนำนั่นก็คือร้าน Kaldi เพราะมีร้านนี้มีสาขาเปิดอยู่มากมายในประเทษนี้ (แม้จะไม่มีทั่วประเทศก็ตาม) ซึ่งในร้านนี้นอกจากคุณจะพบพวกชีสนำเข้าดีๆ แล้วล่ะก็ ที่นี้ยังมีเมล็ดกาแฟให้เลือกซื้อโดยเช่นเดียวกัน โดยคุณสามารถเลือกซื้อสินค้าของที่นี่ผ่านทางออนไลน์ของ Rakuten และ Yahoo ได้อีกทางหนึ่งด้วย. ร้าน Seijo Ishii นี่ก็เป็นอี่กร้านหนึ่งที่ดีเช่นเดียวกัน แม้จะมีสาขาไม่มากเท่าแต่ที่นี่ก็ยังสามารถซ็อปผ่านออนไลน์ได้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งทั้งสองร้านนี้ก็มีชีสดีๆ ในเลือกซื้อมากมาย รวมไปถึงร้านอื่นๆ นอกจากที่เอ่ยมาด้วย

Amazon.jp

โดยในเว็บนี้มีชีสให้คุณได้เลือกซื้อ ตั้งแต่ เชดด้า, พามิซาน, กา-มอง-แบร์ , ครีมชีส,มอสซาเรลลา , อีดัม, บรี, เฟต้า ฯลฯ

Flying Pig

คุณสามารถเลือกซื้อชีสในขนาดใหญ่เป็นพิเศษได้ในร้านนี้ ซึ่งมีขายทั้งชีสเซดด้า (แบบก้อนแดงและก้อนขาว รสชาติแบบคมหรือปานกลาง) เกาด้า, มอสซาเรลลา, พามิซาน, โคลบี้แจ๊ค, คอทเทจชีส, และ ครีมชีส

Foreign Buyer’s Club

มีขายทั้งชีสเชดด้า (ขายทั้งแบบก้อนแดงหรือขาว มีทั้งรสชาติแบบคม ปานกลาง จนถึง อ่อนๆ), โคลบี้แจ๊ค, เกาด้า, ริคอตต้า, มารีโบ, แอ็มเม็นทอล, อีดัม, ฮาวาติ, มาสคาโปน ฯลฯ

Tengu Natural Foods

หนึ่งในร้านขายของโปรดประจำของฉัน (แม้โดยส่วนมากจะไม่ค่อยซื้อชีสก็ตาม) ที่นี้มีขายทั้ง ชีสเชดด้า, มอสซาเรลลา, และ ครีมชีส

 

ใครคือบล็อกเกอร์อาหารญี่ปุ่นสุดโปรดในดวงใจของคุณกัน? โดย แอซลี่ย์

Posted on by 0 comment

หลายวันก่อนได้มีคนถามฉันในทวิตเตอร์ว่า ฉันเอาข้อมูลพวกสูตรอาหารญุี่ปุ่นจากเว็บไหนกันบ้าง (เว็บภาษาอังกฤษพร้อมด้วยสูตรการทำ) วันนี้ฉันก็เลยจัดให้ แน่นอนเลยว่าตอนคุณมาอยู่ที่ประเทศนี้แรกๆ คุณจะได้เจอวัตถุดิบใหม่ๆ ของประเทศนี้ซึ่งคุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันทำอะไรได้บ้าง (ซึ่งบางอย่างคุณก็พออาจคุ้นเคยอยู่บ้างก่อนหน้ากันมาบ้างอ่ะนะ) ซึ่งแน่นอนว่ามีเว็บไซด์ข้อมูลมากมายเลยล่ะ ที่คุณจะสามารถค้นหาสูตรอาหารพอคุ้นเคยกันอยู่บ้างมาลองทำกันดู

และจากประสบการณ์ของฉันเอง บางอย่างนั้นอาจทำได้ยากอยู่บ้างเมื่อมาอยู่นี้ และ

บางอย่างอีกเช่นเดียวกันที่ดูเหมือนใช้ค่าใช้จ่ายมากกว่าตอนที่ทำอยู่ที่่ประเทศบ้านซะอีก แต่รวมๆ แล้วล่ะก็ ฉันก็ยังแฮปปี้อยู่บ้างๆ พอดู เพราะสามีและฉันต่างได้ทำอาหารหลากหลายไว้มากมายพอดู ไม่ได้มีแค่เฉพาะแค่อาหารญุี่ปุ่นเท่านั้นนะ แต่ยังรวมไปถึงอาหารพิเศษๆ อย่างพวกอาหารเพื่อสุขภาพอีกด้วย (ในบล็อกของฉันเนี่ยมีเต็มไปหมดจนแสดงไม่หวาดไม่ไหวเลย)

โดยในวันนี้เองฉันก็เลยอยากจะแนะนำบล็อกอาหารญุี่ปุ่นสุดโปรดของฉันกันสักนิดนึง ซึ่งถ้าฉันพลาดบล็อกโปรดของพวกคุณอะไรไว้บ้างล่ะก็ โปรดแนะนำลงไปด้วยได้เลยในส่วนของช่องแสดงความคิดเห็นข้างล่างได้เลยนะคะ (ฉันรู้ดีว่ามีบล็อกแบบนี้เป็นร้อยๆ เลย ที่เกี่ยวกับอาหารซึ่งไม่แค่เฉพาะอาหารเท่านั้น ยังรวมไปถึงการแนะนำร้านอาหารหรืออะไรโดนๆ ด้วยเช่นกัน แต่วันนี้ฉันจะมาแนะนำเฉพาะในบล็อกโปรดของดิฉัน โดยบล็อกเหล่านี้นั้นจะมีสูตรให้ไปศึกษาและลองทำตามกันดู)

Just Hungry และ Just Bento – โดยทั้งสองเว็บมีคนเขียนคนเดียวกันคือ คุณ Makiko Itoh, ซึ่งทั้งสองเว็บต่างมีสูตรอาหารญี่ปุ่นมากมายกำลังให้คุณเข้ามาเยี่ยมชมชนิดแบบห้ามพลาดเด็ดขาด (แนะนำอย่างยิ่งเลยสำหรับผู้ที่ไม่เคยเข้าครัวทำอำหารมาก่อน)

Tokyo Terrace – เขียนโดยคุณ Rachel อีกหนึ่งบล็อกเกอร์จากเว็บไซด์นี้ นอกจากชำช่องเรื่องการเขียนแล้ว เธอยังชำช่องในการสรรค์หาเครื่องปรุงเด็ดๆ รอบตัวเธอมาสร้างเป็นเมนูใหม่ๆ ได้เยี่ยมอีกด้วยเช่นกัน

Lovely Lanvin – เขียนโดยคุณ Shirley, แม้ตัวเธอเองตอนนี้จะะอยู่ที่ซีแอตเติล แต่ความชอบในอาหารนั้นก็ไม่อาจหยุดเธอไว้ได้กลับอีกหนึ่งยอดบล็อกเกอร์ผู้รอบรู้ข้อมูลด้านสูตรอาหารญี่ปุ่น (เธอเองก็เขียนบทความ ทริปเล็กๆ น้อยๆ ในการใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่นให้กลับเว็บไซด์นี้ด้วยเหมือนกัน)

Cooking in Japan – เขียนโดยคุณ Kirksten ผู้ซึ่งเน้นในเรื่องการทำอาหารเพื่อสุขภาพเป็นหลักจากวัตถุดิบท้องถิ่น คนนี้ก็อย่าพลาดเช่นเดียวกัน

Raw Bento – ของเด็ดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกินอาหารดิบๆ  โดยคุณ Yu Ming นั้นได้เขียนบทความมากมายเกี่ยวกับการกินอาหารแบบดิบๆ ของประเทศนี้ไว้เมื่อเธอยังเคยอาศัยอยู่ที่นี่ แม้คุณจะไม่ใช่คออาหารดิบเหมือนอย่างเธอแล้วล่ะก็ บทความบางเรื่องของเธอนั้น บางทีอาจทำให้คุณเกิดแรงดลใจหรือโดนบางอย่างเหมือนกันก็ได้นะคะ (เธอเองก็เขียนบทความในเรื่องของการบำรุงผิวให้กับในเว็บนี้ด้วยเหมือนกัน)

She Who Eats – บล็อกที่เกี่ยวกับอาหารและเรื่องครุ่นคิดในประเทศนี้ แต่โดยปรกติแล้วจะเน้นไปที่เรื่องสูตรอาหารซะมากกว่า

La Fuji Eats – เขียนโดยอีกหนึ่งคุณ Rachael แม้ตอนนี้เธอจะไม่ได้อยู่ในประเทศนี้อีกต่อไป โดยในเว็บนี้คุณจะได้พบกับสูตรอาหารทั่วโลกมากมายในเว็บนี้ ซึ่งรวมไปถึงสูตรอาหารที่จำเพาะเจาะจงโดยต้องใช้วัตถุดิบหรือญี่ปุ่นโดยเฉพาะเท่านั้น

Savory Japan – มีสูตรอาหารญี่ปุ่นเยอะอยู่ในนี้เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้คุณผู้อ่านยังสามารถค้นหาไดเดียสูตรอาหารใหม่ๆ ได้โดยบล็อกเกอร์คนอื่นๆ ที่ต่างส่งสูตรของตนเองได้ผ่านทางหัวข้อ November Japan Blog Matsuri ได้ในที่นี้เช่นเดียวกัน(โดยธีมหลักของบล็อกนี้คือเรื่องของอาหาร!)

แล้วคุณล่ะคะ คุณได้พบเว็บบล็อกสูตรอาหารเด็ดๆ จากที่ใดบ้างกันหรือเปล่า?

เราจะหาร้านปลอดบุหรี่ที่ประเทศญีุ่ปุ่นได้ยังไงกัน แอซลี่ย์

Posted on by 0 comment

เมื่อก่อนการไปกินข้าวนอกบ้านอาจดูเป็นภาระหนักใจสักนิดนึงถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ได้สูบ(อย่างฉันเป็นต้น) แต่ตอนนี้ทุกอย่างได้เปลื่ยนไปแล้ว ร้านรวงหลายๆ ร้าน ณ ตอนนี้ต่างเริ่มที่จะให้ความสำคัญกับพื้นที่ปลอดบุหรี่มากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ โดยบางร้านอาจจัดให้มีบริเวณเล็กๆ หรือเขตที่ทำไว้ให้เฉพาะสำหรับผู้สูบบุหรี่เลยทีเดียว อย่างเช่นในเขตจังหวัดคานากาว่านั้นได้ริิิเริ่มเป็นพื้นที่เขตจังหวัดปลอดบุหรี่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดให้มีการห้ามการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะอย่างใน ชายหาด โรงเรียน หรือ แม้แต่ในโรงพยาบาล (ที่จริงที่เหล่านี้ก็เป็นเขตปลอดบุหรี่ในประเทศนี้อยู่แล้วก็อ่ะนะ) เว้นแต่สถานที่นั้น จะได้มีการจัดสถานหรือพื้นที่ดังกล่าวโดยเฉพาะให้ ซึ่งคิดๆ ไป ฉันก็เคยคิดว่าอยากจะไปอยู่ที่จังหวัดนั้นจังบ้างนะ ด้วยเหตุผลๆ หลักๆ ก็เพราะเรื่องนี้แหละ

อันที่จริงฉันก็ไม่ได้ถือสาอะไรมากมายกับคนสูบหรอกนะ แต่อย่างว่าล่ะมันก็เป็นความชอบส่วนตนซึ่งฉันก็เห็นว่าไม่ได้เป็นเรื่องอะไรมากมาย แต่เจ้าเรื่องนี้ฉันคิดว่ามันจะเป็นปัญหาพอดูสำหรับ เด็กและหญิงที่กำลังตั้งครรถ์อยู่ที่จำเป็นต้องอยู่ใกล้ๆ กับคนพวกนั้นซึ่่งบางครั้งนั้นก็หลีกหนีไปไม่ได้ โดยที่ต้องหายใจรับควันเข้าไปโดยไม่รู้ตัว แม้ตัวฉันเองนั้นจะแพ้ควันเหมือนกันด้วยเช่นกันก็เหอะ (แต่เรื่องนีี้ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอกนะ) แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบหรือสูบบุรี่แล้วล่ะก็ บางครั้งก็เป็นเรื่องยากเอาการที่คุณจะหาที่สักที่ ที่คุณจะไม่ได้เจอเจ้ากลิ่นควันพวกนี้มารบกวนใจคุณ

แม้ร้านอาหารที่อนุญาติให้คุณสูบบุหรี่ได้จะบริการอยู่ทั่วไป ซึ่งบางร้านนั้นอาจมีการแบ่งพื้นที่สำหรับคนสูบและไม่สูบไว้ เป็นหลักแหล่งเรียบร้อย จากประสบการณ์ของฉันเรื่องนี้ฉันขอรับลองเลยว่าในประเทศนี้ ร้านส่วนใหญ่นั้นแทบจะไม่มีพื้นที่แบ่งไว้ให้หรอกนะ ซึ่งถ้าบางครั้งการเจอสิงห์อมควันใกล้ๆ นั่งกินอาหารอยู่ใกล้ๆ คุณนั้นอาจเป็นเรื่องที่น่าลำบากใจสักนิดนึง แต่อย่างว่าล่ะ เค้าก็มีสิทธิสูบอ่ะนะ แต่สำหรับฉันแล้ว ควันบุหรี่นี่ทำรสอาหารเสียหมดพอดู ซึ่งฉันก็พยายามหาทางหลบๆ อยู่บ้าง ถ้ามันมีโอกาสเป็นไปได้

แต่จะทำไงได้ล่ะเพราะเรื่องเหล่านี้มันก็พูดง่ายทำยากนี่หน่า…

วันต่อมาสามีและฉันก็รู้สึกขี้เกียจขึ้นมาในวันนั้น จึงอยากหาร้านนอกบ้านสักร้านทานแทน โดยวันนั้นฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวอยู่เช่นเดียวกัน จึงคิดอยากจะหาร้านที่ปลอดควันบุหรี่่สักร้านนึงด้วยก็ดี ไม่รู้ว่าผู้อ่านได้เคยได้ยินเว็บไซด์นี้กันบ้างหรือเปล่าคะ Tabelog (食べログ),   มันเป็นเว็บไซด์ดีๆ สำหรับค้นหาร้านอาหารดีๆ ในประเทศนี้ ซึ่งนับว่าใช้ได้ดีทีเดียวเลยล่ะคะ แม้ฉันจะใช้เจ้าเว็บนี้ค้นหาร้านดีๆ  บ่อยๆ แต่เจ้าเว็บนี้มันก็ที่จะไม่ชอบบอกว่าเจ้าร้านที่ฉันมองๆ อยู่ไว้เนี่ย มันเป็นร้านที่ปลอดบุหรี่หรือเปล่า, ได้มีการแบ่งห้องไว้บ้างไหม (บางที่ก็บอกนะ แต่ส่วนมากกลับไม่ค่อยขึ้นบอกซะมากกว่า) ซึ่งด้วยเหตุนี้ถ้าเราอยากจะให้แน่ใจแล้วล่ะก็ เราก็จำเป็นต้องโทรไปถามที่ร้านโดยตรงแต่อย่างว่าล่ะ เมื่อโทรถามหลายๆ ที่มันก็เกิดความน่ารำคานขึ้นมาบ้างก็ได้

ฉันจึงเปิดกูเกิ้ลค้นหาขึ้นมาหาเว็บใหม่ พร้อมใช้คำในภาษาญุี่ปุ่นในทุกความหมายของคำว่า “ร้านปลอดบุหรี่” (ดูฉลาดใช่ไหมล่ะ!) และทันใดนั้นเอง ฉันก็พบกับเจ้าเว็บไซด์ใหม่ชื่อว่า “Kinen Style” หรือที่จริงแล้วก็คือ , “禁煙スタイル” (Non-smoking style ; รูปแบบร้านปลอดควันบุหรี่).

เว็บไซด์นี้คุณสามารถค้นหาร้านที่ต้องการได้ด้วย คำค้นหา อย่าง ประเภทของอาหาร, สถานที่ (ซึ่งทั้งหมดล้วนแสดงเป็นภาษาญุี่ปุ่น) ฉันจีงเริ่มค้นหาร้านที่ฉันต้องการด้วยการใส่ชื่อเมืองที่อาศัยอยู่ลงไป ผลลัพธ์จึงแสดงออกมาเหมือนดั่งที่เห็นรูปข้างล่างนี้

เมื่อเราเลือกบริเวณค้นหาที่อยากจะค้นแล้ว ผลลัพธ์ที่แสดงออกมาจะเห็นว่ามีตัวเลือกย่อยลงไปอีกว่า คุณต้องการร้านอาหารในรูปแบบใด ซึ่งทุกร้านนั้นเราสามารถคลิกเพื่อดูข้อมูลจำเพาะขึ้นไปอีกได้ และแน่นอนด้วยว่าในตัวเลือกดั่งกล่าวนี้ ก็ได้มีการแบ่งออกอีกว่า เป็นร้านที่ปลอดบุหรีหรือไม่เช่นเดียวกัน

แม้ตัวเลือกจะมีมากมายหลายคำให้ค้นหา แบบว่ามีบางร้านฉันนั้นก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะมีในนี้ด้วย และบางร้านที่ควรจะมีชื่ออยู่ในนี้ ก็กลับหาไม่เจอ ซึ่งอาจเพราะด้วยเหตุว่าเว็บนี้ใครก็ตามก็สามารถเข้าไปเพิ่มหรือแก้ไขข้อมูลได้ด้วยตนเองได้นั่นเอง ซึ่งบางทีมันก็ต้องใช้เวลาเพิ่มข้อมูลใหม่ๆ เข้าไปอีกนึงนิด

เมื่อคุณเจอร้านที่คุณค้นหาแล้ว ในนี้คุณยังสามารถดูข้อมูลแบบเจาะจงของร้านได้ ซึ่งในนี้จะบอกทั้งวันเวลาเปิดปิด, แผนที่, มีที่สำหรับจอดรถไหม, และแน่นอน ว่า ที่นี้เป็นร้านปลอดบุหรี่หรือได้มีการจัดส่วนแยกออกไปหรือไม่ บอกไว้อย่างชัดเจน

ว่าตามตรง, ฉันชอบเจ้าเว็บนี้นะ และหวังจะได้ในอนาคตจะได้เห็นข้อมูลดีๆ เหล่านี้มากมายจากเจ้าเว็บนี้ได้ในอนาคต แต่วันนี้อย่างน้อยฉันก็หาร้านปลอดบุหรี่สักร้านที่จะได้ไปกินเจอแล้วล่ะ

ฉันจะกินอะไรดี!

Posted on by 0 comment

การที่ฉันโตมาในมลรัฐวอชิงตันแต่กำเนิดนั้นถือได้ว่าโชคดีทีเดียว เพราะที่นี้ล้อมรอบไปด้วยอาหารดีๆ คุณภาพเยี่ยมๆ มากมาย ตั้งแต่ อาหารสดๆ ยันผลไม้นานาชนิด, ซึ่งไม่นานหลังจากที่ฉันย้ายมาเรียนมหาลัยที่ซีแอตเติ้ล ที่นี้ฉันก็ยิ่งพบไปอีกขั้นว่าเมืองนี้นั้นยอดเยี่ยมเรื่องการกินยิ่งขึ้นไปอีก เพราะที่นี้มีทั้ง ตลาดขายของชาวสวน, ร้านขายอาหารออแกนนิค, และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งรวมไปถึงร้านโปรดของดิฉันอย่าง “Uwajimaya” ร้านนี้ด้วยเช่นกัน มันเป็นตลาดขายอาหารเอเซียซึ่งตั้งอยู่ในเขตอินเตอร์เนชั่นนอลของเมือง ด้วยเหตุนี้ นานเข้า ทักษะการชิมอาหารดีๆ ของฉันก็เริ่มที่จะพัฒนาขึ้นควบคู่ไปกับการใช้ตะเกียบ แต่นั้นฉันก็พบอีกว่า การกินอาหารนอกบ้านดีๆ อร่อยๆ นั้นก็เสียตังเยอะไม่ใช่ย่อยเหมือนกัน เมื่อนั้นฉันจึงคิดการใหม่ ด้วยการลองเปลื่ยนมากินอาหารแพ็คแทนในระหว่างทางกลับบ้านหลังจากเลิกงาน และด้วยภาระจากงานที่แสนล้นเหลือก่ายกองนี้ทำให้ความฝันในการทำอาหารชั้นเลิศของฉันนั้นต้องเลื่อนออกไป แต่ได้มาอยู่ที่นี้ทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลื่ยนไป

สองสามเดือนแรกนั้นฉันมีเวลาว่างมากมายจนไม่รู้จะทำอะไเลยทีเดียว ด้วยความว่างนี้ฉันจึงหาบล็อกเกี่ยวกับการทำอาหารอ่านเล่นๆ ในช่วงมาอยู่ใหม่ๆ และเซฟเก็บเคล็ดลับหรือสูตรการทำอาหารเด็ดๆ น่าสนใจไว้มากมายจนคอมของฉันแทบจะไม่มีที่เก็บ ซึ่งฉันก็พยายามหาเรื่อง เคล็ดลับ หรือ สูตรอาหารน่าสนใจเก็บไว้เกือบแทบทุกวัน และเมื่อฉันความรู้สะสมมาประมาณนึงแล้ว มันก็ได้เวลาที่ฉันจะเริ่มหาอุปกรณ์และเครื่องปรุงกันจากร้านขายของใกล้ๆ บ้าน แล้วเริ่มลองทำอาหารดูสักมื้อตามสูตรที่ฉันเคยเซฟเก็บไว้ และพยายามหวังว่าสักวันต่อจากนี้ การทำซูชิ, สลัด , การหั่นผลไม้สวยๆ หรือแม้แต่

ข้าวแกงกระหรี่ และ ยากิโซบะ สักจาน และท้ายสุดอย่างกราโนล่าราดด้วยโยเกิร์ตนั้น จะเป็็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นประจำสำหรับทุกมื้อในอาหารเย็น

แต่เมื่อได้ลองทำจริงๆ ประสบการณ์ก็เริ่มได้สั่งสอนฉันว่า บางครั้งเราก็ต้องข้าม หรือ ด้นสดขั้นตอนหรือวิธีการอะไรไปบ้าง แม้ตอนที่อยู่บ้านเกิดฉันนั้นการทำอาหารญุี่ปุ่นนั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่ยากเย็นอะไรมากนัก แต่บางอย่างนั้น ฉันก็ต้องมีการลัดสูตรบ้างกันบ้าง อย่างเช่น เมื่อตอนใช้เครื่องอบเล็กๆ ลองทำพิซซ่าสักดู (แม้ผลออกมาไม่ค่อยแจ่มหรอกนะ แต่ถ้าใช้เจ้าเครื่องนี้ทำเค้กกล้วยหอมดูสิ – อุ้ย อร่อยจนอย่าได้บอกใครเชียว)

หลังจากเราได้แต่งงานกันเมื่อฤดูร้อนปีกลาย สามีและฉันก็เริ่มที่จะซื้อข้าวของเครื่องครัวเครื่องใช้มามากยิ่งขึ้น รวมทั้งอัพเกรดครัวกันหลายอย่าง แทบเหมือนเราได้คราวปลดปล่อยกันออกมาเลยทีเดียว (เตาอบที่ประเทศนี้มีรูปร่างแปลกไม่เหมือนใครอย่างแน่นอน) หลังจากได้ครัวใหม่แล้ว ที่ดีิยิ่งกว่านั้นก็คือ การได้คนที่รู้ใจมาช่วยงานครัวเพิ่มอีกมาอีกหนึ่งคน (ไม่ได้แค่มาช่วยเฉพาะแค่มาเตรียมอาหารแพ็คง่ายๆ หรอกนะ) แม้ตอนแรกๆ ฉันก็เคยคิดว่าควรจะเรียกเขามาช่วยในเรื่องพวกนี้ดีหรือเปล่า แต่นานวันเข้า ฉันก็รู้แล้วว่านั่นเป็นการตัดสินใจถูกต้องที่สุดเลยทีเดียว

เพราะแทบทุกคืน เราสองคนนั้นต่างช่วยงานครัวกันและกัน ผ่านทางการทำกับข้าว ได้เรียนรู้ สนุกไปด้วยกัน มันทำให้ฉันได้เข้าใจแล้วล่ะว่าจุดประสงค์ของ “การใช้เวลาอาหารร่วมกัน” นั้นมันดีอย่างนี้นี่เอง โดยในประเทศญุี่ปุ่นนี้นั้นก็ได้ให้ความสำคัญในเรื่อง “การใช้เวลาอาหารร่วมกัน” นั้นเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว ไม่เฉพาะแค่วัฒนธรรมของที่นี้เท่านั้น แต่แทบทุกวัฒนธรรมต่างก็ให้ความสำคัญกับการกินอย่างเช่นเรื่องนี้  เพราะอาหารการกินนั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนเราหันมาพูดคุยและเกิดความผูกพันกันมากยิ่งขึ้น โดยจะยิ่งส่งเสริมยิ่งขึ้นไปอีกถ้าอาหารมื้อนั้นเป็นอาหารมีรสเลิสแล้วล่ะก็ ความสนุกสนานและบรรยากาศที่ดีก็จะยิ่งตามมาเอง

แล้วในเรื่องของการทำอาหารที่ประเทศนี้ล่ะ เป็นยังไงกัน? แน่นอนล่ะว่าเมื่อคุณมาอยู่ที่นี้แรกๆ มันช่างยากเหลือเกินที่จะทำอาหารนานาชาติที่ไม่ใช่อาหารญุี่ปุ่น (แต่สปาเก็ตตี้ที่นี้กลับเป็นเรื่องปรกตินะ) ซึ่งบางครั้งฉันก็เห็นด้วย แต่คนรู้จักของฉันหลายๆ คนก็เลือก ที่จะเปิดเข้าเว็บ Foreign Buyer’s Club ในการแก้ปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ตามฉันไม่ต้องพึ่งเว็บพวกนี้เลยในการหาวัตถุดิบเมื่อต้องทำอาหารที่ไม่ใช่อาหารญุี่ปุ่น แม้บางครั้งฉันเองก็พบว่าในการทำอาหารต่างประเทศนั้น บางครั้งวัตถุดิบบางชนิดมันก็หายากกันอยู่บ้าง เช่น อาหารเม็กซิกันที่ต้องใช้ลูกเล่นในการทำสักนิดนึง (ขึ้นอยู่กับคุณกำลังทำอะไรและด้วยวิธีไหนด้วยเช่นกัน) แน่นอนว่าที่นี้วัตถุดิบอาหารญุี่ปุ่น ย่อมหาได้ทั่วไป แต่เมื่อบางครั้งคุณอยากจะทำอาหารจำพวก เกาหลี, ไทย, จีน ๆลๆ แล้วล่ะก็มันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรหรอกคะ ถ้าคุณรู้แหล่งวัตถุดิบว่าควรไปจะหาได้ที่ไหน ซึ่งบางอย่างนั้นก็ต้องใช้ความลูกเล่นสร้างสรรค์ปรุงแต่งขึ้นสักนึดนึง

แม้ฉันก็เป็นหนึ่งในคนรักสุขภาพที่ชอบกินอาหารออร์แกนิกอยู่ตลอดเวลา บางคนอาจคิดว่า อาหารพวกนี้อาจหาได้ยากในประเทศนี้ไม่เหมือนหาซื้อได้ง่ายๆ ที่บ้านของตน ที่จริงก็ถูกส่วนหนึ่งนะคะ แม้อาหารพวกออร์แกนิกนี้จะไม่ได้หาได้ง่ายเหมือนที่บ้านของฉัน แต่ถ้าเดินดูดีๆ คุณก็จะพบมันเช่นเดียวกัน อย่างที่ฉันได้เรียนรู้ศัพท์ง่ายๆ ในภาษาญุี่ปุ่นสำหรับคำว่าออร์แกนิกว่า “有機 (ゆうき, yuuki).” ถ้ามีคำนี่บนอาหารที่่คุณกำลังจะซื้ออยู่ล่ะก็นั่นแหละใช่เลย

เห็นได้ชัดว่า ฉันนั้นชอบโพสเกี่ยวกับเรื่องอาหารอยู่เป็นประจำซึ่งแน่นอนว่าเรืองพวกนี้ ต้องใช้เวลามากมากหลาบบทพอดู ด้วยเหตุนี้ฉันจึงคิดว่าเรานั้นควรจะมาเริ่มต้นกันในเรื่องง่ายๆ ในประจำวัน อย่าง การเลือกซื้อวิตามินและอาหารเสริม, ศัพท์เมื่อคุณไปซื้อเครื่องปรุงหรือวัตถุดิบต่างๆ  หรือ แม้แต่การเรียกเครื่องครัว รวมไปถึงเรื่องสำคัญๆ อื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาหารด้วยเช่นกัน (อย่างเริ่มที่คำง่ายๆ ด้านบนไงคะ)

ด้วยเหตุนี้ฉันนั้นจึงอยากจะแนะนำเว็บไซด์ดีๆ เมื่อท่านต้องการสั่งวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ ได้ที่เว็บนี้ Tengu Natural Foods ลองแวะไปดูสิคะ ที่นั้นคุณจะพบว่ามีของให้เลือกซื้อมากมาย รวมไปถึงของขายหายากในร้านขายของทั่วไปอย่าง เช่น เนยถั่ว, ถั่วอัลมอนต์, ชีส (คนล่ะอย่างกับชีสแบบญุี่ปุ่น) แผ่นแป้ง, ขนมปัง, หรือแม้กระทั่งอาหารแช่แข็งหลากหลายยี่ห้อ ดูสิคะ ซึ่งทั้งหมดนี้จัดส่งได้ในราคาอันแสนถูก  อีกทั้งยังรับการจ่ายเงินแบบเก็บเงินที่ปลายทางอีกด้วย ซึ่งฉันก็ชอบซื้อของพวกครัวเรือนจากเว็บนี้เป็นประจำ แม้ของพวกนี้จะมีขายอยู่ที่ร้านขายของข้างบ้านฉันก็ตาม

Amazon.jp ก็เป็นอีกหนึ่งเว็บไซด์ที่ดีเช่นเดียวกัน แม้จะมีของแตกต่างกันบ้างกับเว็บไซด์แม่ แต่คุณก็ยังหาของที่ต้องการได้อยู่เหมือนเดิม เพียงแค่มีโปรแกรมแปลงภาษาอย่าง google translate หรือโปรแกรมแปลอื่นๆ ติดคอมคุณไว้ และเว็บนี้คุณก็ยังสามารถเลือกชำระสินค้าได้ด้วยการเก็บเงินปลายทางได้เช่นเดียวกัน

ท้ายที่สุดนี้ฉันก็อยากจะแนะนำ บล็อกเกอร์ด้านอาหารญุี่ปุ่นผู้เชี่ยวชาญทั้งสองท่าน อย่าง Just Hungry และ  Just Bento ที่จะช่วยท่านได้ค้นพบไอเดียใหม่ๆ ในการทำอาหารญุี่ปุ่นในให้เป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับทุกคนแม้คุณจะไม่คุ้นเคยหรือได้ลองทำอาหารวิธีสไตล์แบบญุี่ปุ่นใดๆ มาก่อนเลยก็ตาม

และนี่เป็นเพียงแค่ข้อแนะนำเล็กๆ น้อยในการเลือกหาของกินจากที่นี้นะคะ ที่จริงยังมีวิธีอีกมากมายหลายประการที่กำลังจะมา คอยติดตามกันไว้นะคะ และแน่นอนว่า ถ้าคุณมีคำถาม หรือ ข้อสงสัยอะไรแล้วล่ะก็ ฉันก็ยินดีที่จะตอบอยู่เสมอ ไว้เจอกันคะ ขอให้สนุกในทุกช่วยเวลาของการกินนะคะ

เรื่องของวิตามินและอาหารเสริมในประเทศญี่ปุ่น โดย แอซลี่ย์

Posted on by 0 comment

วิตามินและอาหารเสริมแบบไหนกันที่ร่างกายเราต้องการในแต่ละวัน เพื่อให้ร่างกายของเรานั้นมีเรี่ยวแรงที่ต่อสู้โลกภัยต่างๆ ภายนอกได้อยู่เสมอ? (และในที่นี้มีใครจะคิดเหมือนฉันไหมว่าทุกวันนี้คนเรากินวิตามินซี เหมือนลูกอมเม็ดเล็กๆ เม็ดนึงไปแล้ว) แล้วของพวกนี้หาง่ายแถวบ้านคุณเวลาที่ต้องการใช้หรือเปล่าในเวลาที่คุณต้องการ

ก่อนฉันมาเยือนประเทศนี้ ฉันได้ถามคนรู้จักสองสามคนว่า “ฉันควรและไม่ควรหอบอะไรมาที่นู่นมั่ง” คนนึงตอบว่า เขานั้นต้องให้ครอบครัวคอยส่งวิตามินมาให้อยู่ตลอดเวลา ฉันได้ยินครั้งแรกก็อึ้งหรอกนะ เมื่อฉันได้ยินคำตอบนี้ “จริงดิ นี่ฉันกำลังจะไปในประเทศที่วิตามินนั้นหาได้ยากหรอกหรอเนี่ย”

 ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อฉันมาถึงนี้ ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านขายยาแถวที่ฉันอยู่กลับไม่ได้เป็นอย่างนั้นตามที่เขาคนนั้นบอก (ถ้าวัดจากขนาดแล้วฉันคิดว่าควรจะเรียก ‘ร้านขายของชำ’ ซะมากกว่า) คุณจะพบว่าที่นี้นั้นมีชั้นขายของจำพวก “อาหารเพื่อสุขภาพ” อยู่เหมือนกัน เหมือนในรูปที่ฉันถ่ายมานี่, โดยชั้นบนสุดคุณจะเห็นขวดวิตามินมากมายวางขายอยู่ พร้อมๆ กับด้านล่างตรงชั้นกลางนั้นเรียงรายสีสันสดใสไปด้วยแท่งธัญพืชยี่ห้อ SoyJoy (แต่อันนี้ไม่เน้นส่วนผสมธัญพืชเยอะ แต่ไปเน้นที่ถั่วเหลืองแทนตามชื่อ) และท้ายสุดนั้นคุณจะได้เห็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพยี่ห้อ “Natural Made ”อันเป็นยี่ห้อชื่อดังของประเทศนี้ในชั้นล่างสุดหลากหลายรสชาติ ซึ่งการจะไปเดินหาซื้อของพวกนี้ไม่ได้ยากทำให้คุณงงได้เหมือนที่คุณคิดกันเลย เพราะพวกเขาใช้ชื่อเรียกแบบที่เราคุ้นๆ กันดีอยู่แล้ว คุณจึงไม่ต้องกังวลเมื่อคุณอยากจะหาวิตามินซีสักขวดนึง เพียงแค่เดินไป ง่ายๆ แถวร้านขายของที่คุณพัก ซึ่งบางร้านอาจมีขายวิตามินแบบที่คุณต้องการใช้ในชีวิตประจำวันครบหมดในร้านเดียวกัน

อีกหนึ่งช่องทางสำหรับการพวกเราชาวรักสุขภาพในการหาวิตามินและอาหารเสริมในประเทศนี้ ลองเข้าเว็บไซด์นี้ดูสิคะ iherb.com ซึ่งเป็นบริษัทอยู่ที่มลรัฐแคริฟอร์เนีย เมื่อคุณสั่งของจากเว็บนี้แล้วเลือกการจัดส่งโดยบริษัท Yamato ดูสิคะ คุณจะเห็นว่าการจัดส่งจากนู่นมานี่นั้นถูกมากๆ ด้วยความถูกและครบเครื่องเรื่องวิตามินและอาหารเสริมในเว็บนี้ ไม่แปลกใจเลยที่ฉันมักจะเลือกใช้บ่อยๆ ไม่เฉพาะแค่อาหารเสริมและวิตามินเท่านั้น ที่นี้ยังมีอาหารและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งโดยส่วนมากแล้วที่นี้นั้นล้วนขายของที่เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติหรือออร์แกนึคแทบทั้งสิ้น ซึ่งจะว่าไปของบางอย่างนั้นถูกว่าที่บ้านฉันเองซะอีก ฉันนั้นมักจะแวะไปอุดหนุนข้าวโอ๊ต, น้ำเชื่อมเมเปิ้ล(Maple Syrup), เนยถั่ว (ไม่น่าเชื่อว่าที่ญี่ปุ่นนี่จะแพงเอาเรื่อง), น้ำเชื่อมข้าวมอลต์ (Brown Risce Syrup) และผลิตภัณฑ์ผิวหน้าเป็นบางครั้งคราว ถึงแม้เว็บนี้จะให้คุณได้เลือกช็อปอย่างสนุกสำหรับคนสายรักสุขภาพอย่างเราจนเพลินแล้ว แต่บางครั้ง สินค้าบางอย่าง  iherb ก็ไม่สามารถจัดส่งมาที่ญุี่ปุ่นนี้ได้ เนื่องจากการติดข้อห้ามการนำเข้าสินค้าของประเทศนี้ อย่างเช่นถั่วอัลมอนต์เป็นต้น (เศร้าจุง), แต่อย่างไรก็ตามในเว็บไซด์นี้คุณจะได้ของที่คุณหาในราคาคุ้มค่าที่หาไม่ได้ในประเทศนี้อย่างแน่นอน ลองใช้โค้ดส่วนลด 5% นี้ดูสิคะสำหรับการสั่งซื้อครั้งแรก : ACI278

 

แม้สินค้าบางอย่างนั้นเราสามารถเลือกซื้อผ่านเว็บไซด์ขายของชั้นนำที่นี้ได้อย่าง  Yolo Market หรือ Kento.com ซึ่งเว็บหลังนี้มีทั้งภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษให้เลือกซ้อป แต่เว็บภาษาญี่ปุ่นนั้นกลับมีของขายมากกว่า

 

และฉันคิดว่านี่คือหนทางดีๆ สำหรับคนรักสายสุขภาพในประเทศนี้ โดยไม่จำเป็นต้องไปรบกวนคนรู้จักที่บ้านส่งของมาให้อีกต่อไป

 

และสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นตอนนี้ เป็นอย่างไรบ้างคะ คุณซื้อวิตามินประจำวันมาจากที่ไหนกันบ้างเอ่ย (ถ้าเคยใช้นะคะ)

Category: สุขภาพ